top of page

อิรัก

วันเดินทาง: 23 -30 ตุลาคม (8 วัน 7 คืน)

​

เริ่มและจบที่: กรุงแบกแดด ประเทศอิรัก

​

จำนวนผู้เดินทาง: 6-12 ท่าน

 

การจอง: ก่อนการเดินทาง 2 เดือน เพื่อมีเวลาในการทำวีซ่า

​

​

​

ราคา (แชร์ห้องพัก):

​

  • 82,500 บาท/ท่าน หากมีนักเดินทาง 10-12 คน

​

  • 92,500 บาท/ท่าน หากมีนักเดินทาง 8-9 คน

​

  • 103,500 บาท/ท่าน หากมีนักเดินทาง 6-7 คน

​

  • +14,000 บาท/ท่าน สำหรับพักเดี่ยว

​

*ราคานี้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% แล้ว

​

​

​

วีซ่า (ไม่รวมในราคา):

​

  • 77 USD สำหรับพาสปอร์ตที่สามารถขอวีซ่า on arrival ได้ (จ่ายโดยตรงที่ ต.ม.)

​

  • 570 USD สำหรับพาสปอร์ตไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่ไม่สามารถขอ visa on arrival ได้

 

หมายเหตุ: ในราคานี้แบ่งเป็น 500 USD สำหรับค่าจดหมายเชิญจากอิรัก และ 70 USD สำหรับค่าวีซ่า // วีซ่าอิรักมีราคาสูงเนื่องจากการดำเนินการทางด้านเอกสารต่างๆ จากสำนักงานทนายความที่อิรักและค่าธรรมเนียมวีซ่าเอง ทางทีมงาน saga จะดำเนินการอำนวยความสะดวก ติดต่อรับวีซ่าให้ท่านที่สถานทูตอิรักที่ต่างประเทศ (เนื่องจากในไทยไม่มีสถานทูตอิรัก)

​

​

​

วันที่ 1 (23 ตุลาคม ) เดินทางถึงกรุง Baghdad

​

เดินทางถึงสนามบินกรุงแบกแดดเวลา 09:30 และดำเนินการเอกสารต่างๆที่ต.ม.

​

12:30 เยี่ยมชม Martyr Monument สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานให้กับทหารอิรักที่เสียชีวิตในช่วงปี 80 จากสงครามอิรัก-อิหร่านและทุกๆสงครามจากนั้นมา

​

15:00 เยี่ยมชม Ctesiphon สถาปัตยกรรมที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เป็นสิ่งก่อสร้างจากหินรูปทรงโค้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก

​

เยี่ยมชมรูปปั้นของ Shahryar and Scheherazade อันโด่งดัง จากเรื่อง Thousand and One Nights ณ รูปปั้นนี้เราจะเห็น Scheherazade ยืนชูมือขึ้นบอกเล่าเรื่องราวต่อ Shahryar ผู้นั่งอยู่ด้านหน้า

​

เยี่ยมชม Al Kadhimiya อีกเขตเมืองหนึ่งใกล้ๆ แบกแดด แวะช้อปปิ้งตลาดกลางคืน เยี่ยมชมโดมทองศักดิ์สิทธิ์ (Al Kadhimiya holy shrine) ที่ฝังศพของอิหม่าม Musa al Kadhim และหลานชาย อิหม่าม Muhammad al Jawad ซึ่งถือเป็นบุคคลสำคัญของชาวมุสลิมและเป็นสาวกคนที่ 7 ของท่านนบีมูฮัมหมัดจากสาวกที่สำคัญทั้งหมด 12 ท่าน

​

รับประทานอาหารเย็นและเข้าพักที่โรงแรม Shanashel Palace ในกรุงแบกแดด

​

*ไฟลท์แนะนำจากกรุงเทพ: Bangkok-Baghdad ออกเดินทาง 23 ตุลาคม 01:35-09:30 สายการบิน Emirates (ไฟลท์นี้เช็คอินคืนวันที่ 22 ตุลาคม)

 

​

​

วันที่ 2 (24 ตุลาคม) Babylon - Karbala

​

เดินทางสู่บาบิโลน อาณาจักรบาบิโลนมีความเจริญเป็นอย่างสูงในสมัยพระเจ้าเนบูคัดเนซซาร์ จัดเป็น 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ท่านจะได้พบกับอิชต้าร์ เกท ประตูเข้าสู่อาณาจักร โดยประตูนี้เป็นประตูจำลอง ส่วนของจริงนั้นอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ ในกรุงเบอร์ลิน เยอรมนี สวนลอยบาบิโลน ทำให้ท่านได้เห็นถึงความทันสมัยของระบบชลประทานในยุคนั้น บาบิโลนนั้นได้รับการบูรณะซ่อมแซมในยุคซัดดัม แต่เป็นการซ่อมแซมที่ไม่ถูกหลักทางโบราณคดี จึงทำให้บางส่วนเสียหายไปอย่างน่าเสียดาย

​

เดินทางต่อไปยัง Karbala และรับประทานอาหาร เข้าเช็คอินที่โรงแรม

​

เยี่ยมชม Imam Abbas Shrine ซึ่งเป็นที่ฝังศพของท่าน Al Abbas B ท่านอิหม่าม อาลี เป็นบุคคลที่สำคัญท่านหนึ่งในประวัติศาสตร์ ศาสนาอิสลาม ท่านเป็นสัญลักษณ์แห่งความเสียสละ ปกป้องครอบครัว ในช่วงของการต่อสู้ Al taff นอกจากนี้ท่านอิหม่ามอาลีได้ทำการปกป้องศาสนา จาก Yazid ที่พยายามทำการเปลี่ยนแปลงหลักการคำสอนของศาสนาอิสลาม 

​

Imam Hussein Shrine เป็นที่ฝังศพของท่านอิหม่าม ฮุสเซน บุตรชายคนที่สองของท่านอิหม่ามอาลี และเป็นหลานของท่านศาสดามูฮัมหมัด 

​

ค้างคืนที่โรงแรม Awlad al Hasan

​

​
 

วันที่ 3 (25 ตุลาคม) Najaf –Ur

​

เดินทางสู่เมืองนาจาฟ ชมสุสานฝังศพที่ใหญ่ที่สุด (Wadi us Salaam) มีหลุมศพถึง หกล้านหลุม และเป็นหนึ่งใน World Heritage List

 

เดินทางสู่ เมือง นาซาริย่า

​

เข้าชม Ziggurat of Ur เมืองกำเนิดอารยธรรมสุเมเรียน กว่า 3800 ปีก่อนคริสตกาล ซิกกูแรตนี้สร้างเพื่อบวงสรวงเทพเจ้า ลักษณะรูปทรงของซิกกูแรตจะแตกต่างจากปิรามิด  โดยจะมีบันไดให้ขึ้นไปด้านบน และมีที่ว่างให้ประกอบพิธีกรรมต่างๆ เช่น การบวงสรวงเทพเจ้า นันดา เทพแห่งดวงจันทร์  ในบริเวณเดียวกันท่านจะพบกับซากโบราณสถานที่เชื่อว่าเป็นศูนย์กลางการบริหารเมือง ท่านสามารถพบเห็นซากซิกกูแรตได้ในอิหร่าน และอิรัก สิ่งก่อสร้างเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงอำนาจและทักษะของคนโบราณที่สร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ขึ้นได้ทั้งๆ ที่ยังไม่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย

​

นำท่านเข้าพักที่โรงแรม Somerion 

​

​
 

วันที่ 4 (26 ตุลาคม) Marshes of Iraq-Basra

​

บริเวณนี้เป็น wetland ที่สมบูรณ์ที่สุดในตะวันออกกลาง มีนกหลากหลายสายพันธุ์ ปลาหลากหลายชนิด ผู้คนที่ตั้งถิ่นฐานบริเวณนี้เป็น ชาว Marshes Arab ซึ่งมาลงหลักปักฐานนานกว่า 5000 ปี ในช่วงซัดดัมปกครอง ได้มีความพยายามขับไล่คนกลุ่มนี้ออกไป

 

แวะหยุดพัก ดื่มชา พบปะคนท้องถิ่น หลังจากนั้นล่องเรือแบบโบราณ เรียกว่า SHAKHTURA  ชมวิวทิวทัศน์ และรับประทานอาหารกลางวันเป็นปลาย่างซึ่งย่างโดยใช้ต้นกกเป็นเชื้อเพลิงแทนถ่านไม้ เมนูนี้เรียกว่า masgouf โดยบ้านของคนท้องถิ่นก็สร้างจากต้นกกเช่นกัน เรียกว่า almutheef

​

เดินทางไปยัง Al qurnah

​

ชมต้นไม้ Adam tree สถานที่แห่งนี้ชาวยิว และชาวคริสเตียน มักมาเยี่ยมชม แต่ไม่ใช่สถานที่สำคัญของชาวมุสลิม โดยเชื่อว่าเป็นต้นไม้จากป่าอีเดน นักแสวงบุญมักนำผ้ามาผูกไว้ เชื่อว่าเป็นการนำโชคมาให้ ณบริเวณนี้ยังเป็นจุดที่แม่น้ำไทกรีส ยูเฟรตีส มาบรรจบกัน มีชื่อเรียกว่า Al Multaqa

​

เดินทางไปยังเมืองบาสรา เข้าเชคอินที่โรงแรม Atlas

​

​
 

วันที่ 5 (27 ตุลาคม) Basra - Baghdad

​

ล่องเรือชมพระราชวังซัดดัม โดยแม่น้ำสายนี้ทอดยาวไปถึงชายแดนอิหร่าน นอกจากนั้นท่านจะได้เห็นบ้านโบราณ จุดเด่นอยู่ที่ระเบียงที่ยื่นออกมาและได้รับการตบแต่งอย่างสวยงามด้วยกระจกสี และคอร์ทยาทที่สวยงามกลางบ้าน แสดงให้เห็นความเจริญในอดีตของบ้านเมืองแถบนี้ อย่างไรก็ตามบ้านเหล่านี้ได้ทรุดโทรมไปตามกาลเวลาอย่างน่าเสียดาย 

​

เดินทางกลับแบกแดด เชคอินที่โรงแรม Shanashel palace


 

วันที่ 6 (28 ตุลาคม) Samarra –Mosul

​

ออกจากโรงแรมเวลา 8 โมงเช้า ชม Samarra tower ความสูงของหอคอย (minaret) สูงถึง 52 เมตร จัดอยู่ในยูเนสโก ลิสต์ปี 2007 เป็นรูปทรงเกลียวโดยมีบันไดเกลียวทอดยาวขึ้นไป นอกจากนั้นท่านจะได้เยี่ยมชม Al burqa palace สร้างโดยท่านคาลิบ Abu al Fadl Jaafar al Mutawakkil เป็นสถาปัตยกรรมที่มีกลิ่นอายของเอเชียกลาง  โดยเป็นพระราชวังที่ใช้ในการพักผ่อนหย่อนใจ

 

เดินทางสู่ Mosul

​

เยี่ยมชมเมืองโบราณ Hatra ในอดีตบริเวณนี้เป็นที่ผ่านมาของกองคาราวาน โดยอาณาจักร Hatra นี้ตั้งอยู่ระหว่างอาณาจักรเปอร์เซีย และอาณาจักรโรมัน และพาร์เธียน Hatra เจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมากในศตวรรษที่ 2 หลังจากนั้นในศตวรรษที่ 3 ก็ถูกรุกรานจนเสื่อมถอยไปในที่สุด ซากโบราณสถานต่างๆ มาถูกค้นพบในศตวรรษที่ 19

 

ค้างคืนที่โรงแรม Modern plaza หรือ Royal city

​

​
 

วันที่ 7 ( 29 ตุลาคม) Mosul –Baghdad

​

เชคเอ้าท์และไปเยี่ยมชม ปราสาท Bash Tapia ซากปราสาท ในศตวรรษที่ 12 ที่โมซุลนั้นมีซากปราสาทถึง 7 แห่ง ปราสาทถูกทำลายในปี 1393 หลังจากนั้นในยุคออตโตมันก็ได้มีการสร้างขึ้นใหม่

​

เยี่ยมชมเมืองเก่าโมซุล ซึ่งถือว่าเป็นเมืองที่เก่าแก่มากแห่งหนึ่งในตะวันออกกลาง โมซุลเป็นฐานที่มั่นสุดท้ายของกลุ่ม ISIS เมืองเก่านั้นโดยทำลายไปหมดสิ้น

​

เข้าชมมัสยิด Al Nuri มัสยิดตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 ในปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงการบูรณะ ณมัสยิด แห่งนี้เป็นที่ที่หัวหน้าของกลุ่มISIS ที่ชื่อว่า Abu Bakr al Baghdadi ได้ปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนครั้งแรก และครั้งเดียว และประกาศตนเองเป็นหัวหน้าของกลุ่มอิสลาม ISIS

​

เยี่ยมชมโบสถ์ Al Tahira โบสถ์แห่งนี้ถูกทำลายไปบางส่วนโดย ISIL ในช่วงปี 2014-2017 เป็นช่วงเวลาที่สถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมถูกทำลายเป็นจำนวนมาก โบสถ์แห่งนี้ได้รับการสนับสนุนจากยูเนสโกและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในการซ่อมแซม บูรณะ 

เดินทางกลับแบกแดด เข้าพักในโรงแรม Shanashel Palace

 

​

​

วันที่ 8 (30 ตุลาคม) Baghdad - Departure

​

เยี่ยมชมจัตุรัสแห่งการปลดปล่อย (Liberation square) ณจตุรัส แห่งนี้ เป็นที่ที่ชาวอิรักใช้ชุมนุม ทางการเมืองต่างๆ หลังจากนั้นล่องเรือในแม่น้ำไทกริส เดินเล่นบนถนน Al Mutanabi ซึ่งเป็นตลาดที่เก่าแก่ที่สุดในแบกแดด เป็นที่แลกเปลี่ยนหนังสือหลากหลายประเภท เยี่ยมชม Al Qishla สิ่งก่อสร้างตั้งแต่สมัยออตโตมัน ในปัจจุบันสถานที่แห่งนี้มักใช้เป็นที่แสดงดนตรี ศิลปะ ในวันหยุด ที่ชาวอิรักมาพักผ่อนหย่อนใจ เดินเล่นในตลาดเก่า แหล่งขายเครื่องทองแดงชั้นดี หยุดแวะพักดื่มชาร้อนสไตล์อิรักและชาเปลือกมะนาวแห้ง ที่ร้าน Al shabander ร้านชาที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในแบกแดด

​

เดินทางไปสนามบินเวลา 17:00 และขึ้นไฟลท์กับกรุงเทพเวลา 19:45

 

*ไฟลท์แนะนำกลับกรุงเทพ: Baghdad-Bangkok ออกเดินทาง 30 ตุลาคม 19:45-12:05 (+1 วัน) สายการบิน Flydubai/Emirates

​

------------------------------

​

​

​

ราคารวม:

​

  • โรงแรมระดับ 3- 4ดาว พร้อมอาหารเช้า

  • รถรับส่งทั้งหมด

  • ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ที่ระบุในโปรแกรม

  • ค่าล่องเรือ

  • ไกด์ท้องถิ่น 

  • ไกด์ไทยจาก SAGA

 

​

​

ราคาไม่รวม:

​

  • ค่าวีซ่า

  • อาหารกลางวัน เย็น

  • ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพ-แบกแดด

  • ประกันการเดินทาง

  • ค่าตรวจ PCR test หากจำเป็น

​

​

​

------------------------------

​

​

​

​

สมาชิก Saga Club

​

ท่านจะได้เป็นสมาชิก Saga Club ทันทีหลังจากทริปแรก สมาชิกจะได้รับส่วนลดพิเศษดังนี้ 3% สำหรับทริปที่ 2, 5% สำหรับทริปที่ 3, 7% สำหรับทริปที่ 4 และ 10% สำหรับทุกทริปถัดไป โดยส่วนลดนี้ไม่สามารถรวมกับส่วนลด Early bird ได้

​

​

​

การชำระเงินและมัดจำ

​

  • มัดจำ 50% เพื่อสำรองที่ในทัวร์ 

  • จ่ายส่วนที่เหลือทั้งหมดก่อนวันออกเดินทาง 60 วัน หากท่านไม่สามารถชำระได้ การสำรองจะถูกยกเลิก

  • หากท่านจองทริปก่อนออกเดินทาง 60 วัน หรือหลังจากนั้น ชำระงวดเดียวทั้งหมด 100%

 

​​

​

การยกเลิก

​

  • หากท่านยกเลิกทัวร์ 20% ของเงินมัดจำทั้งหมดจะถูกชำระคืน หรือ ท่านสามารถเก็บ 100% ของเงินมัดจำทั้งหมดไว้เป็นเครดิตสำหรับทริปอื่นๆได้เป็นระยะเวลา 2 ปี จากวันที่ยกเลิก

  • หากท่านยกเลิกทัวร์ไม่ว่าในกรณีใด ๆหลังจากชำระเต็มจำนวนแล้ว ท่านจะได้รับค่าทัวร์คืนทั้งหมด โดยหักค่าธรรมเนียม 10% และค่าใช้จ่ายต่างๆที่ทางบริษัทได้ชำระไปล่วงหน้าและไม่สามารถนำคืนได้

  • หากท่านยกเลิกทัวร์ เนื่องจาก โควิด 19 ท่านจะได้รับค่าทัวร์คืนทั้งหมด โดยหักค่าใช้จ่ายต่างๆที่ทางบริษัทได้ชำระไปล่วงหน้าและไม่สามารถนำคืนได้ ทางบริษัทจะพยายามนำเงินคืนให้ได้มากที่สุดและคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของลูกทัวร์เสมอ

  • หากในระหว่างเดินทาง ท่านต้องการยกเลิกก่อนกำหนดไม่ว่าจากสาเหตุใดๆ ทางบริษัทจะไม่สามารถคืนค่าทัวร์ให้ท่านได้

  • ทางบริษัทไม่รับผิดชอบการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินและวีซ่าต่างๆ นักเดินทางจำเป็นต้องซื้อประกันการเดินทาง


 

​

สิ่งสำคัญเพื่อทราบ

​

ระหว่างการเดินทาง  บริษัทจะพยายามทำให้ท่านได้เพลิดเพลิน และไปยังจุดหมายต่างๆ ที่ระบุไว้ในโปรแกรมอย่างครบถ้วนและตรงเวลาที่สุด อย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ สภาพถนนในแต่ละประเทศ กฎต่างๆ ของรัฐบาลหรือหน่วยงานท้องถิ่นของประเทศนั้นๆ และเหตุผลอื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมได้ของบริษัท ทางบริษัทจะพยายามปรับโปรแกรมให้เหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุด กับลูกทัวร์ ความปลอดภัยของท่านเป็นสิ่งสำคัญอันดับ 1 ที่เราจะดูแลท่าน

​

bottom of page