ซูดานใต้
Ethnic expedition to 5 remote tribes of the world’s youngest country

วันที่ 11-20 กุมภาพันธ์ 2565 (10 วัน 9 คืน)

เริ่มที่ Juba, South Sudan/ จบที่ Juba, South Sudan

จำนวนนักเดินทาง : 7-11 ท่าน

ราคา 174,000 บาท (แชร์ห้องDouble) / เพิ่ม +8,700 บาท (แยกห้องเดี่ยว)

 

หากท่านจองก่อนวันที่ 11 ตุลาคม 2564 ท่านจะได้รับส่วนลด 10%

south sudan pic.png

วันที่ 1 ศุกร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2565 : Arrival in Juba

ต้อนรับทุกท่านสู่ จูบ้า เมืองหลวงของประเทศที่มีอายุน้อยที่สุดของโลก ทำ visa on arrival ที่สนามบินและ หลังจากนั้นเข้าพักที่โรงแรม Royal palace ในระหว่างนี้ไกด์จะทำการขอใบอนุญาตสำหรับเดินทางไปยังเมืองอื่นๆ ในซูดานใต้ให้กับท่าน ท่านสามารถแลกเงินท้องถิ่นกับไกด์ได้ และพักผ่อนตามอัธยาศัย

ที่พัก: โรงแรม Royal Palace

อาหาร: กลางวัน เย็น

 

วันที่ 2 เสาร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2565 : Juba - Kapoeta

เดินทางไปยังเมือง Kapoeta โดนเครื่องบินเล็กเช่าเหมาลำ ประมาณ 2 ชั่วโมง ท่านจะได้พบกับชนเผ่า Taposa ซึ่งเป็นชนเผ่าเลี้ยงวัวที่ยังคงใช้ชีวิตแบบดั้งเดิม ดำรงชีพโดยการเลี้ยงแกะ แพะ วัว ควาย ในอดีตเคยค้าขายงาช้างด้วย ทุกวันนี้ระหว่างเผ่ายังมีการต่อสู้กันโดยส่วนใหญ่มักเกิดจากการแย่งชิงสัตว์ต่างๆ กัน 

ที่พัก: แมงโก้ แค้มป์ (บังกะโล ห้องน้ำ ในตัว)

อาหาร: เช้า กลางวัน เย็น

 

วันที่ 3-4 อาทิตย์และจันทร์ที่ 13-14 กุมภาพันธ์ 2565 : Kapoeta, Toposa, and Jiye tribes

เยี่ยมเยียนเผ่า Taposa และ Jiye โดยสองเผ่านี้ถือว่าอยู่ในกลุ่มชนเผ่า KARAMOJONG ซึ่งสามารถพบได้ที่ประเทศ อูกันด้าและยังจัดเป็นกลุ่มก้อนเดียวกับเผ่า Nyangatom ในตะวันตกเฉียงใต้ของเอธิโอเปีย และเผ่า Turkana ในเคนย่า ชนเผ่า Taposa นั้น จะแบ่งหน้าที่กันทำงานโดยเด็กผู้ชายจะเริ่มต้นดูแลสัตว์เล็ก เช่น แกะ แพะ และค่อยๆ เรียนรู้งานจนเชี่ยวชาญขึ้นจนสามารถดูแลสัตว์ใหญ่ได้ ความมั่งคั่งของชนเผ่าวัดได้จากจำนวนวัวควาย สัตว์ต่างๆ และจำนวนอาวุธปืนที่ครอบครอง นอกจากนี้ยังมีการร่อนทอง หาแร่ต่างๆ ในแม่น้ำบ้าง ทั้งสองเผ่านี้ยังคงนิยมแต่งกายแบบดั้งเดิม คือ หนังสัตว์ตกแต่งด้วยลูกปัด นิยมสักตัว หน้า เจาะปาก เปรียบดังงานศิลปะรูปแบบหนึ่ง ท่านจะได้รับการต้อนรับจากชนเผ่าด้วยการเต้นที่เต็มไปด้วยจังหวะที่เร้าใจ  โปรดอย่าลืมกล้องของท่าน และขยับขาไปพร้อมๆ กับชนเผ่า !!!

ที่พัก : เต้นท์ ( นอนเต้นท์ละ 1 ท่าน)

อาหาร: เช้า กลางวัน เย็น

 

วันที่ 5 อังคารที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565 : Kapoeta - Boya Hills. Larim tribe

เยี่ยมชมเผ่า Larims แห่งภูเขา Boya hills หลังจากทานข้าวเช้า ขับรถไป2 ชั่วโมง พบกับ เผ่าLarims ที่มีภาษาพูดคือ ภาษา Murle นิยมเจาะปาก จมูก สักตัว เผ่านี้นอกจากเลี้ยงสัตว์ยังปลูกพืช เช่น ถั่ว ข้าวโพด sorghum จุดเด่นของเผ่านี้คือ หากท่านพบหญิงที่ห่อศีรษะหรือขาด้วยใบผัก แสดงว่าหญิงคนนั้นเป็นหญิงม่าย ลองสังเกตกันดูนะคะ เผ่านี้จัดได้ว่าเป็นชนเผ่าดั้งเดิมเผ่าหนึ่งของซูดานใต้

ที่พัก : เต้นท์

อาหาร: เช้า กลางวัน เย็น

วันที่ 6 พุธที่ 16 กุมภาพันธ์ 2565 : Boya Hills - Milieu Kingdom. Lotuko tribe - Torit

เยี่ยมชมอาณาจักร ILieu kingdom ชนเผ่า LOTUKO  ขับรถ 1 ชั่วโมง หลังจากทานอาหารเช้า อาณาจักรนี้ปกครองโดยพระราชา ซึ่งมีตำแหน่งนักบวชควบคู่ไปด้วย โดยเผ่านี้มีการปกครองแบบนี้มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 หมู่บ้าน สร้างจากกำแพงหินล้อมรอบ คนเผ่านี้ถือว่าอยู่ในกลุ่มเผ่าพันธุ์ Nilotio ซึ่งมีต้นกำเนิดจากแม่น้ำไนล์ ปัจจุบันสามารถพบได้ที่ภาคตะวันตกของเคนย่า คนเผ่านี้มักอาศัยอยู่ตามภูเขา เช่นภูเขา Imotong ภูเขาที่สูงสุดในซูดานใต้ การเลี้ยงชีพ มีการเลี้ยงวัว ควาย แพะ แกะ ล่าสัตว์ จับปลา การเกษตรแบบพื้นฐาน ไม่มีเทคโนโลยีใดๆ เข้าช่วย กรรมสิทธิ์ในที่ดินจะเป็นของส่วนกลางในชุมชน แต่อย่างไรก็ตามแต่ละครอบครัวสามารถกั้นรั้วพื้นที่เล็กๆ ของใครของมันได้ ชนเผ่านี้เชื่อในเรื่องการบูชาธรรมชาติ บรรพบุรุษที่เสียชีวิตไปแล้ว มุ่งหน้าสู่เมือง Torit และเช็คอินที่โรงแรม

ที่พัก : โรงแรม Torit vision

อาหาร: เช้า กลางวัน เย็น

 

วันที่ 7 พฤหัสที่ 17 กุมภาพันธ์ 2565 : Torit - Juba

รับประทานอาหารเช้า และเดินทางกลับ จูบ้า นั่งรถ 6 ชั่วโมง ระหว่างทางหยุดพักที่เมือง Liria เมื่อถึงจูบ้า พักผ่อนตามอัธยาศัย รับประทานอาหารมื้อเย็นด้วยกันที่ ร้าน Da vinci ร้านอาหารริมน้ำไนล์ 

ที่พัก: Hotel Royal Palace

อาหาร: เช้า กลางวัน

 

วันที่ 8 ศุกร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2565 : Juba - Terakeka (Mundari Area)

นั่งรถไปยังเขต Terakeka ซึ่งเป็นเขตของเผ่า Mundari แวะพักระหว่างทาง ท่านอาจได้เจอกับชาวเผ่าที่นี่ หลังจากดำเนินการเรื่องเอกสารการเดินทางเข้าพื้นที่เรียบร้อยแล้ว เดินทางต่อไปยังหมู่บ้าน ที่ Mundari อาศัยอยู่ จุดเด่นของเผ่านี้ คือ ส่วนสูง ซึ่งคนเผ่านี้ถือว่าเป็นคนเผ่าที่สูงที่สุดในโลก โดยเผ่าอื่นที่มีความสูงไม่แพ้กันก็คือ เผ่า Tutsi ในรวันด้า ยิ่งผู้หญิงมีความสูงมากเท่าใด ก็จะได้สินสอดเพิ่มมากขึ้น หมู่บ้านที่ถือว่าเป็นเพื่อนบ้านของชาว Mundari ก็คือเผ่า Dinka ซึ่งเป็นทั้งเพื่อนบ้าน คู่แค้น ที่มักจะแย่งน้ำกันในหน้าแล้ง เผ่าMundari นั้นอาศัยอยู่ไม่ไกล จาก จูบ้ามากนัก ระยะทางเพียง75 กิโลเมตร ทางตอนเหนือ แต่หากท่านได้สัมผัสชีวิตพวกเค้าสักคืนหนึ่ง ก็จะเหมือนย้อนยุคไปในอดีต เป็นร้อยปีทีเดียว พื้นที่แถบนี้ก็ไม่ต่างจากพื้นที่อื่นๆ ในซูดานใต้มากนัก ที่เป็นพื้นที่เรียบๆ อยู่ใกล้ทะเลสาบ หรือแม่น้ำ 

ที่พัก : เต้นท์

อาหาร: เช้า กลางวัน เย็น

 

วันที่ 9 เสาร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2565 : Mundari Tribes Cattle Camps

ติดตามวิถีชาวเผ่า ที่จะต้อนฝูงสัตว์ไปยังแหล่งน้ำต่างๆ ตื่นตาตื่นใจกับชนเผ่าที่มีความผูกพันกับการใช้มูลสัตว์มาเป็นทั้งยากันยุง ทำความสะอาด ร่างกาย ภาชนะต่างๆ จุดไฟให้แสงสว่างจากขี้วัว เป็นต้น การสักตัว สักหน้า รอยสักของเผ่านี้ จะมีความพิเศษเฉพาะไม่เหมือนใคร สังเกตได้ที่หน้าผากผู้ชาย ทั้งสองด้านจะมีขีดด้านละสามเส้น ขีดเป็นแนวเฉียงๆ มาบรรจบกันตรงเหนือจมูก เหมือนรูปกรวย การดำรงชีวิตของเผ่านี้ก็ให้ความสำคัญกับวัว ควาย ดังเช่นเผ่าอื่นๆ ผู้ชายจะมีภรรยากี่คนก็ได้ ยังคงเชื่อในเรื่องภูตผีวิญญาณ ต่างจากเผ่า Dinka ที่เปลี่ยนไปนับถือศาสนาคริสต์แล้ว 

ที่พัก : เต้นท์

อาหาร: เช้า กลางวัน เย็น

 

วันที่ 10 อาทิตย์ที่ 20 กุมภาพันธ์ : Terakeka - Juba - Departure

เดินทางกลับจูบ้า และไปยังสนามบิน บ๊ายบายอำลาซูดานใต้ เดินทางกลับประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ

อาหาร: เช้า

---------------------------------

 

ราคารวม: 

  • ไฟลท์ในประเทศ Juba - Kapoeta (น้ำหนักกระเป๋าสำหรับไฟลท์ในประเทศ ไม่เกิน 20 กิโลกรัมต่อท่าน)

  • รับส่งจากสนามบิน

  • ที่พัก (โรงแรม บังกะโล เต้นท์)

  • อาหารตามที่ระบุในแต่ละวันและน้ำดื่มขวด 

  • รถสำหรับเดินทางระหว่างเมือง

  • ไกด์บริษัท (ภาษาไทย/อังกฤษ) และไกด์ท้องถิ่น (ภาษาอังกฤษ)

  • ค่าธรรมเนียมการเข้าเยี่ยมและถ่ายภาพชนเผ่าต่างๆ

 

ราคาไม่รวม:

  • วีซ่า

  • ไฟลท์จากประเทศของท่านไปยังซูดานใต้

  • ทิป

  • ประกันการเดินทาง

  • เครื่องดื่มต่างๆ 

  • วัคซีนไข้เหลือง (จำเป็น)

  • ค่าตรวจโควิด 19 (หากมี)

 

สิ่งที่ต้องนำไปด้วย:

  • ยาประจำตัว

  • หมวก ครีม กันแดด

  • ไฟฉายคาดศีรษะ

  • ผ้าปูรองนอน ถุงนอน

  • สบู่ ผ้าเปียก ยาสระผม สิ่งทำความสะอาดส่วนตัว

  • ผ้าคลุมกันแดด กันฝุ่น หรือหน้ากากกันฝุ่น

  • เสื้อผ้าที่เหมาะกับสภาพอากาศ เช่น กางเกงขาสั้น ขายาวที่ไม่หนามาก เสื้อยืด แจ็กเก็ตบางๆ เสื้อแขนยาวบางๆ

  • ยากันยุง

  • ยามาลาเรีย (สามารถปรึกษาแพทย์ก่อนเดินทางที่สภากาชาดไทย /เวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัย มหิดล)

  • สมุดวัคซีนไข้เหลือง(สามารถฉีดยาที่สภากาชาดไทย /เวชศาสตร์เขตร้อน/ รพ บำราศนราดูร ) ท่านควรติดต่อสถานที่ฉีดล่วงหน้า เนื่องจากวัคซีนอาจหมดได้ในบางช่วงเวลา

  • อุปกรณ์สำรองต่างๆ สำหรับกล้อง

  • รองเท้าที่สวมใส่สบาย

  • ขนมคบเคี้ยวต่างๆ (ใน Kapoeta อาจมีขนมและเครื่องดื่มให้ซื้อบ้าง แต่จะมีให้เลือกอย่างจำกัดมาก)

  • กระเป๋าใบเล็ก (ท่านสามารถฝากกระเป๋าใบใหญ่ที่โรงแรมที่จูบ้า)

  • สิ่งของบริจาค(หากท่านประสงค์จะมอบของให้กับชนเผ่า เช่น ลูกปัด ยาต่างๆ สำลี หรือใบยาสูบ) ใบยาสูบสามารถหาซื้อได้ที่จูบ้า

 

---------------------------------

วีซ่า

ผู้ถือพาสปอร์ตไทยสามารถยื่นขอ e-visa แบบ single-entry ทางเว็บไซต์ https://www.evisa.gov.ss/

โปรดติดต่อทีมงานหากมีข้อสงสัย

 

ไฟลท์แนะนำ

ET645/352 กรุงเทพ-จูบา 1:50-10:15 วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2565

ET355/608 จูบา-กรุงเทพ 17:20-13:30 (+1 วัน) วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2565

*เวลาเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

ความยากระดับ 3 (1 ง่ายที่สุด - 5 ยากที่สุด)

ความท้าทายของทริปนี้คือการไปกินอยู่กับชนเผ่าทั้ง 5 จริงๆ ซูดานใต้เป็นประเทศกำลังพัฒนาและชนเผ่าที่เราจะไปเยือนยังมีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม ผู้คนกินอยู่ในกระท่อมพร้อมกับดูแลฝูงสัตว์ ในหลายๆพื้นที่ไม่มีน้ำและไฟ นักเดินทางจึงต้องสามารถนอนเตนท์ อาบน้ำจากถัง เดินทางในสถานที่ที่มีฝุ่นควันและกลิ่นสัตว์ได้ในระดับนึง แต่แน่นอนว่านี่จะเป็นประสบการณ์ที่หายากและจะไม่มีวันลืม

---------------------------------

สมาชิก Saga Club

ท่านจะได้เป็นสมาชิก Saga Club ทันทีหลังจากทริปแรก สมาชิกจะได้รับส่วนลดพิเศษดังนี้ 3% สำหรับทริปที่ 2, 5% สำหรับทริปที่ 3, 7% สำหรับทริปที่ 4 และ 10% สำหรับทุกทริปถัดไป โดยส่วนลดนี้ไม่สามารถรวมกับส่วนลด Early bird ได้

 

การชำระเงินและมัดจำ

  • มัดจำ 35% เพื่อสำรองที่ในทัวร์ 

  • จ่ายส่วนที่เหลือทั้งหมดก่อนวันออกเดินทาง 60 วัน หากท่านไม่สามารถชำระได้ การสำรองจะถูกยกเลิก

  • หากท่านจองทริปก่อนออกเดินทาง 60 วัน หรือหลังจากนั้น ชำระงวดเดียวทั้งหมด 100%

 

การยกเลิก

  • หากท่านยกเลิกทัวร์ 20% ของเงินมัดจำทั้งหมดจะถูกชำระคืน หรือ ท่านสามารถเก็บ 100% ของเงินมัดจำทั้งหมดไว้เป็นเครดิตสำหรับทริปอื่นๆได้เป็นระยะเวลา 2 ปี จากวันที่ยกเลิก

  • หากท่านยกเลิกทัวร์ไม่ว่าในกรณีใด ๆหลังจากชำระเต็มจำนวนแล้ว ท่านจะได้รับค่าทัวร์คืนทั้งหมด โดยหักค่าธรรมเนียม 10% และค่าใช้จ่ายต่างๆที่ทางบริษัทได้ชำระไปล่วงหน้าและไม่สามารถนำคืนได้

  • หากท่านยกเลิกทัวร์ เนื่องจาก โควิด 19 ท่านจะได้รับค่าทัวร์คืนทั้งหมด โดยหักค่าใช้จ่ายต่างๆที่ทางบริษัทได้ชำระไปล่วงหน้าและไม่สามารถนำคืนได้ ทางบริษัทจะพยายามนำเงินคืนให้ได้มากที่สุดและคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของลูกทัวร์เสมอ

  • หากในระหว่างเดินทาง ท่านต้องการยกเลิกก่อนกำหนดไม่ว่าจากสาเหตุใดๆ ทางบริษัทจะไม่สามารถคืนค่าทัวร์ให้ท่านได้


 

สิ่งสำคัญเพื่อทราบ

ระหว่างการเดินทาง  บริษัทจะพยายามทำให้ท่านได้เพลิดเพลิน และไปยังจุดหมายต่างๆ ที่ระบุไว้ในโปรแกรมอย่างครบถ้วนและตรงเวลาที่สุด อย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ สภาพถนนในแต่ละประเทศ กฎต่างๆ ของรัฐบาลหรือหน่วยงานท้องถิ่นของประเทศนั้นๆ และเหตุผลอื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมได้ของบริษัท ทางบริษัทจะพยายามปรับโปรแกรมให้เหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุด กับลูกทัวร์ ความปลอดภัยของท่านเป็นสิ่งสำคัญอันดับ 1 ที่เราจะดูแลท่าน